• 'เทพีคู่หาบเงิน-หาบทอง' - เดลินิวส์ ( 14/05/2553 )
  • 'เทพีคู่หาบเงิน-หาบทอง' สวยสง่า...เสริมคุณค่าพิธีแรกนา
    เข้าเดือนหกฝนเริ่มโปรยปรายเป็นสัญญาณ บอกว่าถึงฤดูกาลเพาะปลูกแล้ว โดยจะมี “พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ” ซึ่งเป็นพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธี พืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์อย่างหนึ่งที่จะประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญอันเป็นพิธีพราหมณ์อย่างหนึ่งจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

    โดยในปี 2553 นี้ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรก นาขวัญหรือเรียกสั้น ๆ ว่า พิธีแรกนา ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม ซึ่งพิธีแรกนานั้นเป็นพระราชพิธีที่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีจนถึงปัจจุบัน มีจุดมุ่งหมายเพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกรรวมทั้งเตือนให้เพาะปลูกพืชโดยเฉพาะการทำนาเป็นอาชีพหลักของคนไทย แม้จะจำเป็นสำหรับบ้านเมืองในสมัยโบราณอย่างไรถึงปัจจุบันนี้ก็ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น เพราะการเกษตรเป็นสิ่งสำคัญแก่ชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของประเทศทุกสมัย

    พระราชพิธีในระยะแรกนั้น พระยาแรกนาได้แก่ อธิบดีกรมการข้าว ส่วนเทพีคู่หาบทั้งสี่พิจารณาคัดเลือกจากภริยาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อมาภายหลังจนถึงปัจจุบันพระยาแรกนา ได้แก่ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนผู้ที่มาทำหน้าที่เป็นเทพีคู่หาบทองและคู่หาบเงินนั้นพิจารณา คัดเลือกจากข้าราชการหญิงโสดในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

    อรรถพร จินดามณี นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเลขานุการฝ่ายฝึกซ้อมพระยาแรกนา เทพีและคู่เคียง บอกถึง คุณสมบัติของเทพีว่ามี 5 ข้อที่สำคัญ คือ 1.เป็น ข้าราชการระดับสาม 2.เป็นผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 3.เป็นโสด 4.เป็นกุลสตรีและ 5.มีสุขภาพแข็งแรง นอกนั้นมีเรื่องบุคลิก หน้าตาเป็นส่วนประกอบ โดยทุกปีจะคัดเลือกเทพีหาบเงิน 2 คน เนื่องจากเสร็จจากเป็นเทพีหาบเงินในปีนี้แล้วจะเป็นเทพี หาบทองในปีถัดไป โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะทำหนังสือส่งไปให้กรมต่าง ๆ ที่อยู่ในสังกัดคัดเลือกข้าราชการสตรีมาสมัครจะเน้นเป็นข้าราชการที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อมาฝึกซ้อมได้ง่าย ทุกวันเว้นวันหยุดราชการในระยะเวลา 3 เดือน หากอยู่ต่างจังหวัดการที่จะมาฝึกซ้อมนั้นเดินทางลำบาก

    การคัดเลือกจะเปรียบเทียบข้อมูลทั้งหมดจากนั้นสัมภาษณ์ และให้ทดลองฝึกหาบ กระบุงและการถอนสายบัวเพื่อดูบุคลิกภาพซึ่งคณะกรรมการจะคุยกันเพื่อคัดเลือก สำหรับปีนี้มีเทพีสมัคร 17 คน ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร,กรมประมง, กรมวิชาการ, กรมข้าว, กรมปศุสัตว์และกรมส่งเสริมสหกรณ์ การสมัครจะไม่จำกัดว่าแต่ละกรมจะส่งมากี่คน แต่คณะกรรมการจะพิจารณาจากตารางเปรียบเทียบด้วยว่าแต่ละกรมที่ส่งมาไม่ได้เป็นเทพีมากี่ปีแล้ว และเลือกกรมที่เว้นว่างอย่างน้อย 3 ปี เพื่อเฉลี่ยกันไปและที่สำคัญคุณสมบัติต้องได้ด้วย

    เมื่อคัดเลือกได้แล้วพี่เลี้ยง คือ อดีตเทพีปีก่อนและครูฝึกคือเทพีที่เป็นมาหลายปี มีความชำนาญมาช่วยฝึกซ้อม ในช่วงแรกจะให้เทพีฝึกซ้อมในท่าการกราบ การไหว้ การถอนสายบัว การรับใบมะตูม การเจิมหน้าผาก การรดน้ำสังข์ เป็นพิธีในพระอุโบสถ เมื่อดูแล้วมีความชำนาญก็ไปขั้นตอนที่ 2 คือ การฝึกซ้อมหาบกระบุงข้าวเป็นพิธีในท้องสนามหลวง เทพีจะต้องหาบน้ำหนักข้างละ 5 กิโลกรัมรวม 10 กิโลกรัมถือว่าหนักมาก ต้องใช้ระยะเวลาการซ้อม ต่อวันประมาณ 40 นาที เพื่อ ให้ใกล้เคียงกับพิธีในท้อง สนามหลวงที่ใช้เวลาประมาณ 25-30 นาที เมื่อหาบจนชำนาญพอสมควรเราจะพาลงภาคสนามคู่กับพระยาแรกนาเพื่อให้ คุ้นเคยกับการ ส่งกระบุงข้าวให้พระยาแรกนา

    สิ่งสำคัญที่สุดของเทพีคือสุขภาพต้องแข็งแรง เพราะต้องหาบอยู่กลางแดด ซึ่งเทพีไม่มีตัวสำรอง เราต้องมั่นใจว่าเทพีแข็งแรงสามารถทำพิธีได้สำเร็จลุล่วง อย่างไร ก็ตามการที่จะเป็นเทพีนั้นมีหลายคนที่อยากเป็นเนื่องจากเป็นเกียรติคุณของวงศ์ตระกูล เวลาสมัครจะต้องมีทั้งได้และไม่ได้ แต่ถึงไม่ได้ก็ไม่ต้องเสียใจเพราะถือเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาร่วมในพิธีคัดเลือกทำให้พิธีมีคุณค่าและถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้พิธีแรกนา ประสบความสำเร็จ

    นิษฐ์ธิมา จันทร์เขียว หรือ ครูแป๊ด นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการ สังกัดกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรฯ ครู ฝึกมากประสบการณ์เคยเป็นเทพีหาบเงินในปี 2540 และเป็นเทพีหาบทองปี 2541 เล่าว่า ตอนแรกทางกรมส่งชื่อไปคิดว่าถ้าได้ก็ดีเพราะเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล พอทราบว่าได้เป็นเทพีหาบเงินตอนนั้นรู้สึกดีใจมากมันเป็นความปลาบปลื้มที่บอกไม่ถูกแต่ขณะนั้นยังไม่ทราบว่าเราจะต้องรับงานหนักแค่ไหน แค่เคยดูในทีวีที่ถ่ายทอดเห็นว่าเทพีหาบนั้นสวยสง่ามาก ซึ่งเราไม่เคยทราบขั้นตอนการฝึกและยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรบ้าง พอถึงขั้นตอนฝึกก็รู้สึกได้ทันทีว่ากดดันมาก เพราะวันงานจริงเราจะผิดไม่ได้และไม่มีตัวสำรองหากเจ็บป่วย เมื่อผ่านพ้นมาได้ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจมากที่ในชีวิตหนึ่งมีโอกาส ได้ร่วมพิธีใหญ่ในระดับชาติ และเป็นตัวแทนสร้างชื่อเสียงให้กรมฯ เป็นที่ภาคภูมิใจของ เพื่อน ๆ พ่อแม่พี่น้อง ญาติ ๆ

    การแนะนำเทพีรุ่นน้องจะพร่ำบอกตลอดว่าเรากำลังทำงานใหญ่อยู่และต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดี การซ้อมอย่างหนัก 2-3 เดือนนี้ต้องรักษาสุขภาพให้ดี พักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นเอาใจใส่อย่าขาดอย่าลา ถ้ามีความกดดันอะไร ก็ขอให้คุยกัน แต่ทุกคนเมื่อมาถึงจุดนี้เชื่อว่ามั่นใจเต็มร้อยแล้ว การหาบต้องหาบได้แค่ข้างขวาข้างเดียว บางคนบ่าแตก บ่าไหม้ เป็นแผล ถึงจะมีผ้ารองหาบบาง ๆ ก็ช่วยได้บ้างแต่ก็เจ็บอยู่ดี เพราะถ้าผ้าหนา มาก ๆ หาบจะเด้งไปมาไม่สวยจึงต้องอดทนหากซ้อมไปเรื่อย ๆ จะชินไปเอง เมื่อถึงวันจริงจะไม่มีใครรู้สึกถึงความหนักแล้วเพราะมัวตั้งใจว่าเราต้องทำอะไร บ้าง น้ำหนักจะกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย

    ก้าวแรกที่เข้าไปในวัดพระแก้วรู้สึกตื่นเต้นมาก หัวใจเต้นรัวยิ่งกว่ากลองเสียอีก เพราะมีแต่เจ้าหน้าที่ระดับผู้ใหญ่ แต่เราพยายามปรับตัวค่อย ๆ เรียกสมาธิกลับมาจนนิ่ง และทำ ตามขั้นตอนที่ซ้อมมา ดังนั้นการซ้อมจึงสำคัญหากเราไม่ได้ฝึกซ้อมมาคงผ่านตรงนี้ไปไม่ได้ รำพึง ปราบหงส์ หรือครูพึง นักวิชาการตรวจสอบภายในปฏิบัติการ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกเล่าถึงความรู้สึกครั้งแรกขณะเป็นเทพีและบอกเคล็ดลับที่สอน รุ่นน้องเพื่อให้วันงานผิวพรรณสวยงามเปล่งปลั่งก็คือใช้สมุนไพร เช่น มะขามเปียกภูมิปัญญาชาวบ้านมาขัดตัว และดื่มน้ำ เยอะ ๆ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งก่อนถึงวันพระราชพิธีเทพีจะต้องทานมังสวิรัติเพื่อชะล้างให้ร่างกายจิตใจสะอาดด้วย

    เดือนเพ็ญ ใจคง หรือ แมว เทพีคู่หาบเงินปี 2553 เป็นพนักงานธุรการชำนาญงาน กองแผนงานและวิชาการกรมวิชาการเกษตร สาวมาดมั่นที่ลงสมัครคัดเลือกด้วยตัวเอง เพราะมีแรงบันดาลใจเนื่องจากเห็นพระราชพิธีใหญ่โตจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งของงานพระราชพิธีนี้ด้วย โดยแมวบอกอย่างมั่นใจว่า เราก็ทำงานอยู่ในกระทรวงฯ และมีคุณสมบัติที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้ครบถ้วนทุกประการ จึงมีสิทธิที่เข้าสมัครและในวันประกาศผลออกมาว่าเราได้ตำแหน่งเทพีหาบเงิน รู้สึกดีใจมากเพราะสมหวังในสิ่งที่ปรารถนาและ พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเป็น เกียรติกับตัวเองและครอบครัว อย่างมากให้ดีที่สุด

    ด้าน สรชนก วงศ์พรม หรือกุ้ง เทพีคู่หาบเงิน เป็นนายช่างโยธาชำนาญงาน ฝ่ายโยธาส่วนวิศวกรรมประมง สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการประมง กรม ประมง เล่าถึงปัญหาการฝึกซ้อมแรก ๆ ว่า ยอมรับว่า มีปัญหากับน้ำหนักของหาบ เพราะหนักมาก ซึ่งช่วงแรก ๆ ซ้อมหาบวันละ 1 ชั่วโมง ต้องอดทนอย่างมาก แต่พอซ้อมไปเรื่อย ๆ ทำให้เราค่อย ๆ ปรับตัว จากการที่เราได้ฝึกทุกวันทำให้ชินกับน้ำหนัก และคิดว่าวันงานต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ ได้ดีอย่างแน่นอน

    ณุทนาถ โคตรพรหม หรือ นุช เทพีคู่หาบทอง เป็นนักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ แสดงความรู้สึกว่า ดีใจที่ได้ รับตำแหน่งในการปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้ เพราะครอบครัวเป็นเกษตรกรที่นับถือและทำพระราชพิธีขวัญข้าวมาตลอดอยู่แล้ว รู้สึกภาคภูมิใจแต่ก็ไม่ เท่ากับความรู้สึกดีใจที่เราทำ ให้ครอบครัวภาคภูมิใจในวงศ์ตระกูลที่ทำให้นามสกุลของเราเป็นที่รู้จัก ช่วงแรกตอนที่ได้ รับคัดเลือกรู้สึกกังวลลึก ๆ ว่าจะทำได้หรือเปล่า แต่หลังจากเราได้เหน็ดเหนื่อยทุ่มเทกับการ ฝึกซ้อมจึงทำให้มั่นใจขึ้น

    และสุดท้าย สุนีลา รู้สุกิจกุล หรือยุ้ย เทพีคู่หาบทอง เป็นนักวิชาการปฏิรูปที่ดินปฏิบัติการสำนักบริหารกองทุน สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม เล่าว่า จากการ ที่ผ่านการเป็นเทพีหาบเงินมาแล้ว พอมาเป็นเทพีหาบทองจะต้องทำได้ดีกว่าเดิม เพราะเราผ่านช่วงนั้นมาแล้วทำให้ทราบว่าตัวเองต้องทำอะไร จึงเหลือแต่ความสวยงามที่เป็นสง่าที่ต้องปฏิบัติให้ดียิ่งขึ้น

    พระราชพิธีแรกนาเป็นพระราชพิธีที่มีความสำคัญต่อประชาชนทั่วทั้งประเทศในเรื่องการเพาะปลูก และยังมีความหมายต่อผู้ที่มีส่วนเข้าร่วมในพระราชพิธีอันถือว่าเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลสืบไป.

    ที่มา : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=486&contentId=65337



    Copyright 2001 - ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ที่ 8 ขอนแก่น โทรศัพท์: 043-246679 โทรสาร: 043-244636
    E-mail: cpd_ccttd8@cpd.go.th Facebook:ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ ที่แปด จังหวัดขอนแก่น - All Rights Reserved