สำนักงานสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี
     Please wait..........
สำนักงานสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี
เมนู
หน้าแรก
ผังเว็บไซต์

เกี่ยวกับจังหวัดจันทบุรี
ยุทธศาสตร์จังหวัด
ข้อมูลทั่วไป
คำขวัญจังหวัด
นโยบายจังหวัด
เที่ยวเมืองจันท์

เกี่ยวกับสำนักงาน
วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์
โครงสร้างและอัตรากำลัง
อำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน
ทำเนียบบุคลากร
ที่ตั้งสำนักงาน
แผนงาน/ผลการดำเนินงาน/งบประมาณ
ผลการดำเนินการตามคำรับรองปฏิบัติราชการ
แผนกลยุทธ์
รายงาน
SWOT
PMQA
ผลงานวิชาการ
การจัดการความรู้ (KM)
กิจกรรม 5 ส
บริหารความเสี่ยง
ประกาศสอบราคา
มาตรการประหยัดพลังงาน
ลดขั้นตอนระยะเวลาการปฏิบัติงาน
แผน/ผลการปราบปรามการทุจริต
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
นิคมสหกรณ์โป่งน้ำร้อน

ข้อมูลกลางของหน่วยงาน
ข้อมูลกลางสหกรณ์
ข้อมูลกลางกลุ่มเกษตรกร
โครงการตามยุทธศาสตร์ของจังหวัด
โครงการตามแผนงานงบประมาณ กสส.
อุปกรณ์การตลาด
ตัวชี้วัดตามแผนงานงบประมาณ/คำรับรอง
แผนงาน งบประมาณ
บุคลากร

ข้อมูลการส่งเสริมสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร
สหกรณ์
กลุ่มเกษตรกร
กลุ่มอาชีพ
สถิติการปลูกพืชเศรษฐกิจ
มาตรฐานสินค้าเกษตร
ข้อมูลเพื่อการเกษตร

เกี่ยวกับสหกรณ์
ความรู้สหกรณ์ทั่วไป
กฎหมายสหกรณ์
นายทะเบียนสหกรณ์
กองทุนพัฒนาสหกรณ์
การจัดตั้งสหกรณ์
คู่มือการจัดตั้งสหกรณ์

เกี่ยวกับกลุ่มเกษตรกร
ความรู้กลุ่มเกษตรกรทั่วไป

ข้อมูลสารสนเทศ
สารสนเทศสหกรณ์
สารสนเทศกลุ่มเกษตรกร
สารสนเทศกลุ่มอาชีพ

บริการประชาชน
กระดานข่าว
คำถามที่มักจะถามบ่อย
ข่าวสารกระทรวงเกษตรฯ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ดาวน์โหลด
Links
ติดต่อเว็บมาสเตอร์

รายงานการประชุม
รายงานการประชุมประจำเดือน
รับรองรายงานการประชุมประจำเดือน
รายงานการประชุมร่วม
ตารางการประชุมประจำเดือน
ตารางการประชุมร่วม



คำแนะนำการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร

               ส่วนที่ 1 การเตรียมการก่อนจดทะเบียน

เมื่อเกษตรกรสนใจจะขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร เกษตรกรจะต้องปฏิบัติโดยมีพนักงานเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำรวมทั้งในบางขั้นตอนจะต้องเข้าไป ตรวจสอบ ดังมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

                    1. การประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร เกษตรกรผู้ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมประเภทเดียวกัน ในตำบลเดียวกันรวมอยู่ในกลุ่มเกษตรกรเดียวกัน ได้มีการทดลองรวมกลุ่มดำเนินงานในลักษณะคล้ายกลุ่มเกษตรกรเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อแสดงถึงความพร้อมของการดำเนินงานในรูปกลุ่มเกษตรกรแล้ว สามารถขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร เพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีอำนาจประกอบธุรกิจต่าง ๆ ได้ตามกฎหมายว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร จะต้องจัดให้มีการ ประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรทั้งหมดร่วมกัน โดยแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ คือ นายอำเภอ เกษตรอำเภอ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสหกรณ์ จังหวัด ทราบ เพื่อเข้าร่วมประชุมด้วยซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวที่จะต้องกำกับการประชุมและแนะนำชี้แจงให้บรรดาเกษตรกรเข้าใจนโยบายของ ทางราชการ วัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่และวิธีดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกร ตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบการต่าง ๆ โดยละเอียด

                2. การนัดประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรเป็นหน้าที่ของเกษตรกรผู้จะขอจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ที่จะต้องนัดเกษตรกรไปประชุมร่วมกัน โดยแจ้งให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ 1 เข้าร่วมประชุมด้วยจำนวนผู้เข้าประชุมจะต้องมีจำนวนมากพอสมควรและไม่น้อยกว่า 30 คนทั้งนี้เพื่อให้จำนวนผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกครบ ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 ข้อ 3 ซึ่งกำหนดจำนวนผู้ประสงค์จะตั้งกลุ่มเกษตรกรต้องมีจำนวนผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 30 คนการนัดประชุม  ผู้จัดการประชุมควรปฏิบัติและจัดการประชุม ดังนี้

                    2.1 สถานที่ปะชุม ควรจะเป็นย่านกลางของตำบล ผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกสามารถเดินทางไปประชุมได้โดยสะดวก ควรเป็นสถานที่กว้างขวางและเหมาะสมเพื่อให้ผู้เข้าประชุมได้รับความสะดวกสบายพอสมควร เช่น ศาลาประชาคม โรงเรียน หรือ ศาลาการเปรียญ เป็นต้น

                              2.2 กำหนดวัน เวลา ควรเป็นวันและเวลาที่เกษตรกรพอจะปลีกตัวไปร่วมประชุมโดยไม่เสียหายต่อการประกอบอาชีพของเขา และควรใช้เวลาประชุม  พอสมควรไม่ให้นานเกินไปจนเกษตรกรมีความเบื่อหน่าย

                              2.3 เมื่อกำหนดวัน เวลา สถานที่ประชุม ตามข้อ 2.1 และข้อ 2.2 แล้ว เกษตรกรผู้จะจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรจะต้องนัดหมายเกษตรกรมาประชุม อาจบอกเล่า ต่อกันด้วยวาจา การนัดหมาย หรือนัดหมายทางหอกระจายข่าว หรือนัดหมายเป็นหนังสือ ไปยังบรรดาผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกทุกคน และแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในระดับ อำเภอ ในท้องที่ตำบลที่จะจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ซึ่งได้แก่ นายอำเภอหรือปลัดอำเภอ เกษตรกรอำเภอหรือผู้แทน และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเข้าประชุมด้วย 

(ตามตัวอย่างหนังสือนัดประชุมในภาคผนวก 1)

                     2.4 จัดทำระเบียนวาระการประชุมจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ซึ่งระเบียบวาระการประชุมควรมีเรื่องที่จะต้องประชุม ดังนี้

                             (1) เรื่องประธานแจ้งให้ทราบ (ให้เกษตรกรผู้ก่อตั้งหรือก่อการ หรือผู้นำในการขอจัดตั้ง เป็นประธานในที่ประชุม)

                             (2) เรื่องชี้แจงนโยบายของทางราชการ วัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่ และวิธีการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกร (โดยพนักงานเจ้าหน้าที่)

                             (3) เรื่องพิจารณาร่างข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร

                             (4) เรื่องเลือกตั้งผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ. 1)

                             (5) กำหนดวงเงินกู้ยืม เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรจะต้องดำเนินธุรกิจ

                             (6) เรื่องอื่น ๆ ตามแต่จะมีผู้เสนอ (ตามตัวอย่างระเบียบวาระการประชุมจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรในภาคผนวก 2)

                       2.5 เอกสารและแบบพิมพ์ที่จะต้องเตรียมในการประชุม

                             (1) บัญชีลงชื่อผู้เข้าประชุม

                             (2) สมุดจดรายงานการประชุม                      

                             (3) ข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร 4 ฉบับ

                             (4) คำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ.1)

                             (5) บัญชีรายชื่อของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร (กษ. 2)

3. วิธีดำเนินการประชุม

                     (1) เมื่อเกษตรกรมาถึงสถานที่ประชุม ให้เกษตรกรลงชื่อในบัญชีที่จัดไว้

                     (2) เมื่อมีเกษตรกรหรือผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกมาประชุมเกินกว่า 30 คน ให้เปิดประชุมได้

                     (3) ให้เกษตรกรผู้ก่อตั้งหรือก่อการ หรือผู้นำในการขอจัดตั้งเป็นประธานในที่ประชุมดำเนินการตามวาระการประชุมที่จัดไว้

                     (4) พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้บรรยาย ควรทำความเข้าใจกับเกษตรกร โดยใช้คำพูดง่าย ๆกะทัดรัดให้เกษตรกรเข้าใจ ไม่ควรใช้เวลานานเกินควร เกษตรกร มีข้อสงสับประการใดให้สอบถาม และทำความเข้าใจโดยชัดแจ้ง การขอมติต่าง ๆ และการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรขอให้ถือความสมัครใจเป็นหลักสำคัญการไม่สมัครใจอาจ เป็นเพราะไม่เห็นด้วยหรือไม่เข้าใจ ฉะนั้นพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ในที่ประชุมควรทำความเข้าใจกับเกษตรกรให้เห็นความสำคัญของการรวมกลุ่มเกษตรกรว่าจะเกิด ประโยชน์แก่การประกอบอาชีพของเกษตรกรผู้เป็นสมาชิกอย่างไรบ้าง

                             (5) เมื่อการประชุมเสร็จสิ้นแล้ว และที่ประชุมมีมติจะจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ให้ผู้ได้รับเลือกลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ. 1)  จำนวน 7 คน อยู่ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำคำขอจดทะเบียน (กษ.1) และเอกสารต่าง ๆ ที่จะเสนอประกอบการจดทะเบียนให้เรียบร้อย 

                 4. การตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร

                     ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมประชุมในการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรสอบสวนพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรให้ถูกต้อง ตามข้อบังคับทุกรายโดยเคร่งครัดก่อนที่จะเลือกตั้งผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร คุณสมบัติและลักษณะของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกที่ต้องตรวจสอบ มีดังนี้

                      (1) ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

                      (2) เป็นบุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทย และบรรลุนิติภาวะ

                      (3) เป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีกิจการหรือภูมิลำเนายู่ในท้องที่ตำบลที่กลุ่มเกษตรกรนั้นดำเนินกิจการอยู่

                      (4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

                      (5) ถือหุ้นอย่างน้อยหนึ่งหุ้นแต่ต้องไม่เกินหนี่งในห้าของจำนวนหุ้นทั้งหมด

                      (6) ไม่เป็นสมาชิกของกลุ่มเกษตรกรอื่น และในครอบครัวหนึ่งให้เป็นสมาชิกได้หนึ่งคน

                  5. การทำคำขอจดทะเบียน นายทะเบียนสหกรณ์ได้กำหนดแบบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรไว้ คือ แบบ กษ.1 จึงเป็นหน้าที่ของผู้รับเลือกให้เป็นผู้ลงชื่อ ในคำขอจดทะเบียนฯ ที่จะกรอกข้อความลงในแบบดังกล่าว (ตามตัวอย่างการกรอกแบบ กษ.1 ในภาคผนวก 3)  

                  6. ผู้ลงลายมือชื่อในคำขอ ผู้ลงชื่อในแบบ กษ. 1 ได้แก่ เกษตรกรผู้ซึ่งได้รับเลือกจากที่ประชุม เพื่อจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร รวม 7 คน และต้องเป็นผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ใน บัญชีรายชื่อของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร (กษ. 2) ด้วย เนื่องจากอาชีพการทำนาเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรโดยทั่วไป แม้เกษตรกรครอบครัวหนึ่งจะมีอาชีพ เกษตรกรรมอย่างอื่นด้วย เช่น ทำสวน ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ เลี้ยงผึ้ง เลี้ยงไหม เลี้ยงครั่ง หรือเพาะเห็ดอยู่ด้วย ก็อาจสมัครเป็นสมาชิกของกลุ่มเกษตกรทำนาได้ ทั้งนี้ เว้นแต่ในบางตำบลซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวน หรือทำไร่เป็นอาชีพหลักก็อาจตั้งกลุ่มเกษตรกรทำไร่ หรือกลุ่มเกษตรกรทำสวนขึ้นได้ ประเภทละ 1 กลุ่ม ชื่อของกลุ่มเกษตรกร ให้ใช้ชื่อตามอาชีพเกษตรกรรรม ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 141 ข้อ 1 วรรคแรก ดังต่อไปนี้

                                    1. ทำนา ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรทำนา……………………………………….

                        2. ทำไร่ ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรทำไร่……………………………………….

                        3. ทำสวน ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรทำสวน……………………………………

                        4. ประมง ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรประมง.........................................................

                        5. เลี้ยงสัตว์ ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์…………………………………

                        6. เลี้ยงสัตว์น้ำ ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์น้ำ……………………………….          

                        7. เลี้ยงผึ้ง ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงผึ้ง…………………………………….

                        8. เลี้ยงไหม ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงไหม....................................................

                        9. เลี้ยงครั่ง ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงครั่ง………………………………….

                        10. เพาะเห็ด ใช้ชื่อว่า กลุ่มเกษตรกรเพาะเห็ด………………………………….

                        สำหรับเกษตรกรรมอื่น ๆ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษานั้นเมื่อมีประกาศเพิ่มขึ้นเมื่อใด จะได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับอาชีพ เกษตรกรรมนั้นที่ประกาศเพิ่มมี ปลูกกล้วยไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ ทำนาบัว ทำสวนยางพารา และการปลูกสับปะรด อนึ่ง ชื่อของกลุ่มเกษตรกรนอกจากระบุอาชีพ เกษตรกรรมดังกล่าวข้างต้น แล้วให้ระบุชื่อตำบลต่อท้ายด้วยเช่น กลุ่มเกษตรกรทำนานาดี กลุ่มเกษตรกรเพาะเห็ดนาดี เป็นต้น

                         เอกสารแนบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร

                         1. บัญชีรายชื่อของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร (กษ.2) 1 ฉบับ แบบ กษ.2 นี้ให้พิมพ์รายชื่อผู้ซึ่งจะเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรทุกคนรวมทั้ง เกษตรกรที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ลงลายมือชื่อใน กษ.1 ด้วย (ตามตัวอย่างการกรอกแบบ กษ.2 ในภาคผนวก 4)
                        
2. สำเนารายงานการประชุมของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกเพื่อจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร 1 ฉบับ การรับรองสำเนาให้ประธานกลุ่มเกษตรกรเป็นผู้ลงนามรับรอง สำเนาและขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งตามประกาศของคณะปฏิวัติเป็นผู้รับรองว่า ประธานกรรมการได้ลงลายมือชื่อต่อหน้า )ตามตัวอย่างสำเนารายงาน การประชุมของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกเพื่อจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรในภาคผนวก 5)

    7. ข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร

         นายทะเบียนสหกรณ์ได้พิจารณาจัดทำร่างข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกรขึ้นเพื่อเป็นแนวในการพิจารณาของกลุ่มเกษตรกรต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้การจดทะเบียน กลุ่มเกษตรกรได้ดำเนินไปโดยรวดเร็วถ้าร่างข้อบังคับดังกล่าวยังไม่เหมาะสมประการใดก็อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ ในหน้าสุดท้ายของข้อบังคับจะต้องให้ประธาน และเลขานุการในที่ประชุมเป็นผู้ลงนาม และจะต้องมีพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เข้าร่วมประชุมลงลายมือชื่อไว้ด้วย


                      
ส่วนที่ 2 การเสนอขอจดทะเบียน

                ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 ข้อ 7 บัญญัติว่า "ในการขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรให้ผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่าเจ็ดคนลงลายมือชื่อยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรต่อนายทะเบียน กลุ่มเกษตรกรแห่งท้องที่จะจัดตั้งตามแบบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด พร้อมกับบัญชีรายชื่อของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกทั้งหมด สำเนารายงานการประชุมของผู้ซึ่ง จะเป็นสมาชิกเพื่อจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรหนึ่งฉบับและข้อบังคับสี่ฉบับ เมื่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรได้รับคำขอดังกล่าวและได้พิจารณาเห็นสมควรรับจดทะเบียนให้นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรออกใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรให้ ถ้านายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรเห็นว่า คำขอหรือเอกสารประกอบนั้นไม่ถูกต้อง หรือสมควรแก้ไขเพิ่มเติม นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรมีอำนาจสั่ง เป็นหนังสือให้กระทำให้ หรือให้แก้ไขเพิ่มภายในเวลากำหนด ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุผลสมควร นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรมีอำนาจสั่งไม่รับ จดทะเบียนให้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรได้ 

ในกรณีที่นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรไม่รับจดทะเบียนให้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยไม่ชักช้า ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์ ต่อรัฐมนตรี โดยยื่นอุทธรณ์ต่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรภายในสามสิบวัน นับแต่วันรับหนังสือแจ้งการไม่รับจดทะเบียนของนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร เมื่อนาย ทะเบียน กลุ่มเกษตรกรได้รับอุทธรณ์แล้ว ให้รีบส่งอุทธรณ์พร้อมด้วยคำชี้แจงไปยังรัฐมนตรีเพื่อประกอบการวินิจฉัยคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด ดังนั้น 

ขั้นตอนในการเสนอขอจดทะเบียน จะมีแนวทางปฏิบัติได้ดังนี้

1. การรับจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกร

                     นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรผู้มีหน้าที่รับจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกร ได้แก่

                     (1) ในเขตกรุงเทพหมานคร คือ นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้แก่ นายทะเบียนสหกรณ์

                     (2) ในเขตจังหวัดอื่นๆ นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัด ซึ่งได้แก่ เกษตรกรและสหกรณ์จังหวัด

                2. การรับและตรวจคำขอจดทะเบียนฯ 

                    2.1 กลุ่มเกษตรกรผู้ประสงค์จะยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรจะต้องยื่นคำขอตามแบบ กษ. 1 ต่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรรประจำจังหวัด ซึ่งกลุ่มเกษตรกรนั้นตั้งอยู่และมีเอกสารประกอบ คือ

                    (1) บัญชีรายชื่อผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกทั้งหมด  

                    (2) สำเนารายงานการประชุมของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกเพื่อจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร 1 ฉบับ  

                    (3) ข้อบังคับ 4 ฉบับ  

                             2.2 เมื่อเจ้าหน้าที่ของกลุ่มนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดได้รับคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรแล้วจะต้องตรวจแบบ กษ. 1 และเอกสารแนบทุกฉบับว่ากรอกรายการถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ โดยตรวจสอบว่ากลุ่มเกษตรกรที่ขอจดทะเบียนจัดตั้งได้มีการทดลองรวมกลุ่มดำเนินงาน ในลักษณะคล้ายกลุ่มเกษตรกรเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อแสดงถึงความพร้อมของการดำเนินงานในรูปกลุ่มเกษตรกรโดยมีจำนวนผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า  30 คน และผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติและลักษณะถูกต้องตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2515 ในข้อ 4  และข้อ 5 ส่วนในของตำบลท้องที่ตำบลหนึ่งให้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรที่ประกอบด้วย ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมประเภทเดียวกันได้เพียงหนึ่งกลุ่ม และชื่อของกลุ่มเกษตรกรนั้นให้ระบุชื่อต่อท้ายชื่อของกลุ่มเกษตรกรด้วย สำหรับข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกรถ้าใช้ข้อบังคับฉบับที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่างขึ้น ก็ให้ถือใช้ได้ แต่จะต้องตรวจทานข้อความให้ถูกต้องอย่าให้ผิดพลาดได้ ถ้าไม่ใช้ข้อบังคับดังกล่าว จะต้องตรวจสอบว่าข้อบังคับนี้มีรายการอย่างน้อยตามที่

                          ปรากฏในข้อ 8 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 คือ 
                         
(1) ชื่อ                          
                          
(2) วัตถุประสงค์
                       
                         
(3) ที่ตั้งสำนักงาน 
                         (4) ทุนซึ่งแบ่งเป็นหุ้น มูลค่าของหุ้น การชำระค่าหุ้น การโอนหุ้น ตลอดจนการจ่ายคือค่าหุ้น การเพิ่มทุนและลดทุน 
                         (5) การดำเนินกิจการ การบัญชีและการเงิน 
                         (6) วิธีรับสมาชิก การขาดจากสมาชิกภาพ ตลอดจนสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก 
                        (7) การดำเนินการประชุมใหญ่ 
                        (8) จำนวนกรรมการสำหรับกลุ่มเกษตรกรต้องกำหนดไม่เกินห้าคน วิธีการเลือกตั้ง การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ ตลอดจนการประชุม และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ 
                        (9) การเลือกตั้งผู้ตรวจสอบกิจการ 
                        (10) การแต่งตั้ง การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง ตลอดจนอำนาจหน้าที่ของผู้จัดการ

                  2.3 เมื่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรเห็นว่า คำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรถูกต้องและได้ พิจารณาเห็นสมควรรับจดทะเบียน ให้นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรออกใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ.4) ให้ (ตามตัวอย่าง กษ.4 ในภาคผนวก) แต่ถ้านายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรเห็นว่า คำขอหรือเอกสารประกอบนั้น ไม่ถูกต้องหรือสมควรแก้ไขเพิ่มเติม นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้กระทำให้ถูกต้องหรือแก้ไขเพิ่มเติมภายในกำหนดเวลา ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุผลสมควร นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรมีอำนาจสั่งไม่รับจดทะเบียนให้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรได้ (ตามตัวอย่างหนังสือในภาคผนวก 6) ในกรณีที่นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรไม่รับจดทะเบียนให้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยไม่ชักช้า

                         2.4 เมื่อผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรได้รับแจ้งจากนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี โดยยื่นอุทธรณ์ต่อนายทะเบียน กลุ่มเกษตรกรภายในสามสิบวัน นับแต่วันรับหนังสือแจ้งการไม่รับจดทะเบียนของนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร เมื่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรได้รับอุทธรณ์แล้ว ให้รีบส่งอุทธรณ์พร้อมด้วยคำชี้แจงไปยังรัฐมนตรีเพื่อประกอบการวินิจฉัย คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด    

             3. การดำเนินการของนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรเมื่อรับจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกร จะต้องดำเนินการดังนี้

                 3.1 บันทึกข้อความในปกในหรือหน้าแรกว่า "อาศัยอำนาจตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2515 นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร ได้รับจดทะเบียนข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร..................................................... ไว้แล้ว เลขทะเบียน............../.............. และให้ใช้บังคับสำหรับกลุ่มเกษตรกรนี้ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป วันที่.......................เดือน................................................................ พ.ศ.......................(ลงชื่อ)........................................ (...............................................) นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัด..............................

                 3.2 บันทึกรายการลงในทะเบียนกลุ่มเกษตรกร กษ.3

                        ทะเบียนนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานทางจังหวัด ว่าได้รับจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกรในท้องที่ไว้แล้ว จึงขออธิบายการเขียนรายการใน กษ.3 ไว้ดังนี้

                        (1) ประจำจังหวัด หมายถึง จังหวัดที่กลุ่มเกษตรกรนั้นตั้งอยู่

                        (2) เลขทะเบียนที่ หมายถึงเลขทะเบียนที่ได้รับจดทะเบียนตามลำดับ ทั้งนี้ ให้เขียนอักษรย่อชื่อจังหวัด ลำดับที่ เลข พ.ศ. ไว้ด้วยเช่น จังหวัดนนทบุรี  เลขทะเบียนที่ นบ.1/2515 เป็นต้น  

                                 (3) รับจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรวันที่ หมายถึง วันที่ที่นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัด หรือนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรกรุงเทพมหานครได้รับจดทะเบียน

                        (4) ชื่อกลุ่มเกษตรกร หมายถึงชื่อของกลุ่มเกษตรกร ทำนา ทำสวน หรือเลี้ยงสัตว์ และบอกชื่อตำบลต่อท้ายไว้ด้วย เช่น กลุ่มเกษตรกรทำนานาดี เป็นต้น  รายการข้อนี้เหมือนกับชื่อกลุ่มเกษตรกรใน กษ.1

                        (5) สำนักงานฯ หมายถึง ที่ตั้งสำนักงานของกลุ่มเกษตรกร รายการข้อนี้เหมือนกับใน กษ. 1

                        (6) วัตถุประสงค์ หมายถึง วัตถุประสงค์ในข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร ขอให้ลอกข้อความจากข้อบังคับลงทุกถ้อยคำ

                4. การออกใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ.4) ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 ข้อ 7 วรรคสอง กำหนดว่า " เมื่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรได้รับคำขอดังกล่าวและได้พิจารณาเห็นสมควรรับจดทะเบียนให้นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรออกใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรให้" กษ.4 เป็นแบบใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ส่วนการกรอกรายการใน กษ. 4 ขอให้ลอกรายการมาจาก กษ. 3 (แบบ กษ.4 ตามรูปแบบในภาคผนวก)

       

ส่วนที่ 3 การจัดการหลังจดทะเบียน

เมื่อคณะผู้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรได้รับใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ.4) ที่นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดออกให้แล้ว ให้คณะผู้จัดตั้ง 7 คน ดำเนินการโดยอาจมีพนักงานเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ ดังนี้

1. สำเนาใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ.4) โดยให้ถ่ายเอกสารใบทะเบียนจัดตั้งดังกล่าวไว้หลาย ๆ ใบ เพื่อป้องกันการชำรุดหรือสูญหายที่อาจจะเกิดขึ้น ในอนาคต และให้เก็บสำเนาใบทะเบียนจัดตั้งนั้นไว้ที่คณะผู้จัดตั้ง และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 

2. การรับสมาชิกกลุ่มเกษตรกร ให้คณะผู้จัดตั้งดำเนินการรับสมาชิก โดยพิจารณารับจากผู้ที่เข้าประชุมครั้งแรก ซึ่งมีคุณสมบัติครบจากการตรวจสอบของพนักงาน เจ้าหน้าที่แล้ว ให้ผู้ต้องการสมัครเป็นสมาชิก กรอกรายละเอียดต่าง ๆ ในใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร (ตามแบบใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกในภาคผนวก)

3. การเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าหุ้น เมื่อได้รับใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรจากผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรแล้ว ให้คณะผู้จัดตั้งเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า จำนวน 20 บาท และค่าหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น อย่างมากไม่เกินหนึ่งในห้าของจำนวนหุ้นทั้งหมด หุ้นละ 50 บาท ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับโดยคณะผู้จัดตั้งจะต้องมอบให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งในคณะผู้จัดตั้งออกใบเสร็จรับเงินของสมาชิกแต่ละคนและเก็บรักษาเงินพร้อมกับสำเนาใบเสร็จรับเงินไว้ที่สำนักงานของกลุ่มเกษตรกร

4. การจัดทำทะเบียนสมาชิกและทะเบียนหุ้น เมื่อได้รับการชำระเงินแล้วให้คณะผู้จัดตั้งจัดทำทะเบียนสมาชิก (กษ.5) และทะเบียนหุ้น  (กษ.6) (ตามแบบในภาคผนวก) โดยมีลายเซ็นสมาชิกและพยานให้ถูกต้องตามแบบ แล้วจึงถือว่ามีสมาชิกถูกต้องในการเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าหุ้นให้คณะผู้จัดตั้งออกใบเสร็จรับเงินให้ผู้ชำระเงินด้วย  สำหรับทะเบียนสมาชิกและทะเบียนหุ้น ให้เก็บรักษาไว้ที่สำนักงานของกลุ่มเกษตรกรและส่งสำเนาให้นายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรภายใน 60 วัน นับแต่วัน รับใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนสมาชิกหรือทะเบียนหุ้นให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรภายใน 60 วัน นับแต่วันมีการเปลี่ยนแปลง

5. การประชุมใหญ่สามัญครั้งแรก เมื่อมีสมาชิกแล้วให้คณะผู้จัดตั้งจัดประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกของกลุ่มเกษตรกร โดยเรียกสมาชิกทุกคนเข้าประชุม ภายในระยะเวลา 90 วัน นับแต่วันรับใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรเพื่อดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการของกลุ่มเกษตรกร ผู้ตรวจสอบกิจการ  กำหนดวงเงินกู้ยืม ระเบียบต่าง ๆ ของกลุ่มเกษตรกรและมอบหมายกิจการทั้งปวงให้คณะกรรมการดำเนินการต่อไปตามมติของที่ประชุม รวมทั้งการกำหนด รายละเอียดต่าง ๆ ในการรับสมาชิกสมทบและกรรมการสมทบด้วย

6. การจัดทำทะเบียนสมาชิกผู้ปลูกพืช ให้คณะกรรมการดำเนินการที่ได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่แล้ว ดำเนินการจัดทำเอกสารทะเบียนต่าง ๆ  ให้ถูกต้องตามระบบบัญชีที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดและที่สำคัญจะต้องดำเนินการจัดทำทะเบียนผู้ปลูกพืชต่าง ๆ ของสมาชิก เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผน การผลิต และจัดหาปัจจัยการผลิตและการตลาด เพื่อสามารถช่วยเหลือสมาชิกตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกรต่อไป   

สรุปขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร   

 ขั้นตอนดำเนินการ

 เอกสารที่ต้องเตรียม

ผู้ปฏิบัติเกษตรกร

 เจ้าหน้าที่

 ส่วนที่ 1 การเตรียมการก่อนจดทะเบียน
 1.การประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิก    เข้าประชุม  เข้าร่วมประชุม

 2.การนัดประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิก



หนังสือนัดประชุม
วาระการประชุม

บัญชีลงชื่อผู้เข้าประชุม

สมุดจดรายงานการประชุม

ข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร
คำขอจดทะเบียน (กษ.1)
บัญชีรายชื่อของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิก (กษ.2)

ดำเนินการ
ดำเนินการ
ดำเนินการ
ดำเนินการ
ดำเนินการ
ดำเนินการ
ดำเนินการ
 


ให้คำแนะนำ
ให้คำแนะนำ
ให้คำแนะนำ

3.วิธีดำเนินการประชุม

 -

 ดำเนินการ  ให้คำแนะนำ

4.การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิก

 -

 ให้ข้อมูล  ตรวจสอบ
 
 


สำนักงานสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี
๑๔ ถ.ศรียานุสรณ์ ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี ๒๒๐๐๐
โทรศัพท์ ๐-๓๙๓๒-๗๒๖๒ โทรสาร ๐-๓๙๓๒-๗๒๖๒ ต่อ ๗
 Email : cpd_chanthaburi@cpd.go.th