สำนักงานสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี
     Please wait..........
เมนู
หน้าแรก
ผังเว็บไซต์

เกี่ยวกับจังหวัดจันทบุรี
ยุทธศาสตร์จังหวัด
ข้อมูลทั่วไป
คำขวัญจังหวัด
เที่ยวเมืองจันท์
นโยบายจังหวัด

เกี่ยวกับสำนักงาน
วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์
โครงสร้างและอัตรากำลัง
อำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน
ทำเนียบบุคลากร
ที่ตั้งสำนักงาน
แผนงาน/ผลการดำเนินงาน/งบประมาณ
ผลการดำเนินการตามคำรับรองปฏิบัติราชการ
แผนกลยุทธ์
รายงาน
SWOT
PMQA
ผลงานวิชาการ
การจัดการความรู้ (KM)
กิจกรรม 5 ส
บริหารความเสี่ยง
ประกาศสอบราคา
มาตรการประหยัดพลังงาน
ลดขั้นตอนระยะเวลาการปฏิบัติงาน
แผน/ผลการปราบปรามการทุจริต
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์
กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการจัดการสหกรณ์
นิคมสหกรณ์โป่งน้ำร้อน

เกี่ยวกับสหกรณ์
ความรู้สหกรณ์ทั่วไป
กฎหมายสหกรณ์
นายทะเบียนสหกรณ์
รองนายทะเบียนสหกรณ์
กองทุนพัฒนาสหกรณ์
การจัดตั้งสหกรณ์
คู่มือการจัดตั้งสหกรณ์

เกี่ยวกับกลุ่มเกษตรกร
ความรู้กลุ่มเกษตรกรทั่วไป

เกี่ยวกับข้อมูล
สหกรณ์
กลุ่มเกษตรกร
กลุ่มอาชีพ
สถิติการปลูกพืชเศรษฐกิจ
มาตรฐานสินค้าเกษตร
ข้อมูลเพื่อการเกษตร

ข้อมูลสารสนเทศ
สารสนเทศสหกรณ์
สารสนเทศกลุ่มเกษตรกร
สารสนเทศกลุ่มอาชีพ

บริการประชาชน
กระดานข่าว
คำถามที่มักจะถามบ่อย
ข่าวสารกระทรวงเกษตรฯ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ดาวน์โหลด
Links
ติดต่อเว็บมาสเตอร์



ข้อมูลทั่วไป


สัญลักษณ์จังหวัดจันทบุรี (ตราประจำจังหวัด)

รูปกระต่ายอยู่ในดวงจันทร์ เปล่งแสงเป็นประกาย แสงจันทร์ หมายถึง ความสวยงาม เยือกเย็น ละมุนละไมเปรียบได้กับความสงบ รื่นรมย์ และร่มเย็นเป็นสุขของภูมิภาคนี้ รูปกระต่ายเป็นสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งของดวงจันทร์ซึ่งชาวไทยทั่วไปเชื่อว่ามีอยู่เช่นนั้นมาแต่ดึกดำบรรพ์เช่นเดียวกับที่จันทบุรีเป็นเมืองโบราณมีชื่อปรากฎอยู่ในพงศาวดารมาตั้งแต่แรกสร้างกรุงศรีอยุธยา

จังหวัดจันทบุรีใช้อักษรย่อว่า "จบ"

ธงประจำจังหวัดจันทบุรี

ดอกไม้ประจำจังหวัดชื่อ
"ดอกเหลืองจันทบูร"

พรรณไม้ประจำจังหวัดชื่อ "พรรณไม้จัน"
ชื่อวิทยาศาสตร์ Diosppyros decandr
a

ประวัติ

          จันทบุรีหรือที่นิยมเรียกกันในอีกชื่อว่า “เมืองจันท์” มีประวัติศาสตร์ย้อนไปได้ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ คือมี   การสำรวจพบเครื่องมือในยุคหินขัดอายุประมาณ 2,000 ปี ที่อำเภอมะขาม อำเภอท่าใหม่ และที่ราบเชิงเขาบ้านคลองบอน อำเภอโป่งน้ำร้อน นักโบราณคดีสันนิษฐานว่ามีการสร้างเมืองขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อพุทธศตวรรษที่ 18 บริเวณหน้าเขาสระบาป โดย “ชาวชอง” ซึ่งเป็นชนเผ่าในตระกูลมอญ-เขมร เป็นชนพื้นเมืองกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งรกรากในป่าตะวันออกบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด โดยเฉพาะในเขตป่ารอยต่อจันทบุรี-ตราด ซึ่งเป็นแหล่งของป่าและสมุนไพรอันอุดมสมบูรณ์มาก     ทั้งรง (คือยางไม้ที่ได้จากต้นไม้  ใช้ทำยา) ครั่ง (คือชื่อของเพลื้ยชนิดหนึ่ง ให้สีแดงในการย้อมผ้า)      ขี้ผึ้ง  กระวาน ไม้กฤษณา  ไม้จันทน์ขาว หวาย อบเชยป่า ขมิ้นหอม น้ำมันยางเร่ว และอื่นๆ อีกมากมาย ในสมัยก่อนชาวชองดำรงชีพด้วยการเก็บหาของป่า ทว่าปัจจุบันพื้นที่ป่าได้ลดน้อยลงเนื่องจากการหักร้างถางพง การทำไร่ทำสวน และ ถูกจับจองโดยคนไทยและคนจีน กอปรกับการเก็บของป่ากลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย นายพรานจึงต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตไปเป็นแรงงานในเมือง หรือบางส่วนยังคงทำนาทำสวนกันอยู่ที่บ้านคลองพลู กิ่งอำเภอเขาคิชกูฏ

          ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2200 ได้มีการย้ายเมืองไปสร้างใหม่ที่บ้านลุ่มซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี และหลังจากกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชครั้งดำรงตำแหน่งพระยาวชิรปราการ ได้ยึดเมืองจันทบุรีไว้นาน 5 เดือน เพื่อสะสมเสบียงและรี้พล จากนั้นจึงเดินทัพประกอบด้วยชาวไทย-จีน จำนวน 5,000 คน กลับไปกอบกู้กรุงศรีอยุธยาคืนจากพม่าได้สำเร็จ นับเป็นความภาคภูมิใจของคนเมืองจันท์มาถึงปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากโบราณสถานและอนุสรณ์สถานหลายแห่งที่มีกาจัดสร้างไว้เพื่อรำลึกถึงพระองค์

          ต่อมาในสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้ย้ายเมืองไปตั้งอยู่ที่บ้านเนินวง ซึ่งอยู่ในพื้นที่สูงเพื่อเป็นที่มั่นในการป้องกันการถูกรุกรานจากญวณ จนกระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงย้ายเมืองกลับไปที่เดิม ณ บ้านลุ่ม   เนื่องจากค่ายเนินวงอยู่ไกลจากแหล่งน้ำ จนปี พ.ศ. 2436 เกิดกรณีพิพาทไทย-ฝรั่งเศส ร.ศ. 112 ฝรั่งเศสได้เข้ามายึดครองเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 11 ปี จนไทยต้องยอมยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศสเพื่อแลกเมืองจันทบุรีกลับคืนมา จนกระทั่งปี พ.ศ. 2476 ได้มีการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินใหม่  เมืองจันทบุรีจึงได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดมาจนทุกวันนี้

ที่ตั้งและอาณาเขต

จังหวัดจันทบุรีตั้งอยู่ภาคตะวันออกของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 239 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 6,338 ตารางกิโลเมตร  หรือประมาณ 3,961,250 ไร่ แยกเป็นรายอำเภอ ดังนี้

 อำเภอ

 พื้นที่ประมาณ
(ตารางกิโลเมตร)

อำเภอเมืองจันทบุรี

253.093 

อำเภอขลุง

756.038

อำเภอท่าใหม่

612.80

อำเภอแหลมสิงห์

190.814

อำเภอโป่งน้ำร้อน

926.97

อำเภอมะขาม 

480.102

อำเภอสอยดาว

733.821

อำเภอแก่งหางแมว

1,254.125

อำเภอนายายอาม

300.017

อำเภอเขาคิชฌกูฏ

830.22

เขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง 
                ด้านทิศเหนือ         ติดกับ  จังหวัดชลบุรี  ฉะเชิงเทรา  และสระแก้ว
                ด้านทิศใต้             ติดกับ  จังหวัดตราดและอ่าวไทย
                ด้านทิศตะวันออก  ติดกับ  จังหวัดตราด  และประเทศกัมพูชา
                ด้านทิศตะวันตก    ติดกับ  จังหวัดระยอง และอ่าวไทย

แผนที่และสถานที่ตั้งและอาณาเขต

ประชากร

ประชากรจังหวัดจันทบุรี ปี พ.ศ. 2551 รวมทั้งสิ้น 506,905 คน เป็นชาย 250,060 คน เป็นหญิง 256,845 คน อำเภอที่มีประชากรมากที่สุด คือ อำเภอเมืองจันทบุรี มีจำนวน 123,148 คน รองลงมาได้แก่ อำเภอท่าใหม่ จำนวน 69,213 คน และอำเภอสอยดาว จำนวน 62,776 คน อำเภอที่มีความหนาแน่นของประชากรมากที่สุดคือ อำเภอเมือจันทบุรี โดยมีอัตราเฉลี่ย 487 คน ต่อ 1 ตารางกิโลเมตร รองลงมา ได้แก่ อำเภอแหลมสิงห์ 161 คน ต่อ 1 ตารางกิโลเมตร อำเภอท่าใหม่ 113 คน ต่อ 1 ตารางกิโลเมตร ส่วนอำเภอที่มีความหนาแน่นของประชากรน้อยที่สุด คือ อำเภอแก่งหางแมว มีอัตราเฉลี่ย 30 คน ต่อ 1 ตารางกิโลเมตร

การปกครองส่วนภูมิภาค

               การปกครองส่วนภูมิภาค แบ่งออกเป็น  10  อำเภอ  76 ตำบล 728 หมู่บ้าน 33 ชุมชน

  การปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย

1. องค์การบริหารส่วนจังหวัด

2. เทศบาลเมือง 3 แห่ง , เทศบาลตำบล 27 แห่ง

3. องค์การบริหารส่วนตำบล 51 แห่ง 

สภาพภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศ
 
ป่าไม้  ภูเขา  และเนินสูง  เป็นลักษณะของภูมิประเทศทางด้านเหนือและตะวันออกของจันทบุรี ได้แก่ เขตอำเภอแก่งหางแมว อำเภอท่าใหม่ อำเภอมะขาม อำเภอสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อน และตอนบนของอำเภอขลุง บริเวณดังกล่าวเป้นเขตป่าสงวน เขตอุทยานแห่งชาติ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และพื้นที่การเกษตรปลูกสวนผลไม้ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และพืชไร่ เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง เป้นต้น
 
ที่ราบสลับภูเขา  อยู่ทางตอนกลางของจังหวัด ได้แก่ พื้นที่ในอำเภอเมือง อำเภอเขาคิชฌกูฏตอนบนของอำเภอท่าใหม่ อำเภอขลุง และตอนบนของอำเภอแหลมสิงห์ พื้นที่แหล่งน้ำที่ใช้ทำสวนผลไม้ เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด กระท้อน และพริกไทย
 
ที่ราบฝั่งทะเล  ได้แก่ พื้นที่ในเขตอำเภอนายายอาม ตอนล่างของอำเภอท่าใหม่ อำเภอแหลมสิงห์ และอำเภอขลุง มีลักษณะเป็นที่ราบชายฝั่งทะเลสลับด้วยเนินเขา เป้นบริเวณป่าชายเลน
 

         สภาพภูมิอากาศ  เป็นแบบมรสุมเมืองร้อน (Tropical Monsoon Climate) อุณหภูมิของอากาศเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 26.35 องศาเซลเซียส มีฝนตกชุก ภูมิอากาศแบ่งออกได้เป็น 2 ฤดู คือ ฤดูฝน (wet season) และฤดูแล้ง (dry season) สำหรับฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน เป้นเวลาประมาณ 9 - 10 เดือน ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 3,335 มม. ต่อปี (ระหว่างปี 2547 -2551)

ศาสนา

          ปี พ.ศ. 2551 จังหวัดจันทบุรี มีผู้นับถือศาสนาพุทธ จำนวน 476,787 คน (ร้อยละ 94.60) นับถือศาสนาคริสต์ จำนวน 25,200 คน (ร้อยละ 4.99) นับถือศาสนาอิสลาม จำนวน 2,016 คน (ร้อยละ 0.40) มีวัดและสำนักสงฆ์ จำนวน 346 แห่ง โบสถ์คริสต์ จำนวน 8 แห่ง และมัสยิด 1 แห่ง 


สำนักงานสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี 14 ถ.ศรียานุสรณ์ ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี 22000
โทรศัพท์ 0-3932-7262 โทรสาร 0-3932-7262 ต่อ 7
E-mail : cpd_chanthaburi@cpd.go.th