สำนักงานสหกรณ์จังหวัดลำพูน
     Please wait..........
ข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร
หน้าแรก
ประวัติสำนักงาน
ประวัติพระบิดาสหกรณ์ไทย
วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย
ความเชื่อมโยงประเด็นยุทธศาสตร์
ที่ตั้งสำนักงาน
อำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน
อัตรากำลังของหน่วยงาน
โครงสร้างหน่วยงาน
แผนงานและโครงการแต่ละปี
ผลการดำเนินการตามคำรับรองปฎิบัติราชการของหน่วยงาน
รายงานการประชุม/ผลการติดตามงาน
การจัดการความรู้ KM

ข้อมูลกลางของหน่วยงาน
ข้อมูลสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร
สถานะของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร
โครงการตามยุทธศาสตร์ของจังหวัด
โครงการตามแผนงานงบประมาณ กสส.
ตัวชี้วัดตามแผนงานงบประมาณ/คำรับรอง(รายงานผล)
อุปกรณ์การตลาด
แผนงาน งบประมาณ (แสดงสถานะการเบิกจ่าย)
บุคลากร

ข้อมูลการส่งเสริมสหกรณ์
รองนายทะเบียนสหกรณ์
ผู้ตรวจการสหกรณ์
ผู้สอบบัญชีสหกรณ์
ผู้ชำระบัญชี
จำนวนสหกรณ์และจำนวนสมาชิกสหกรณ์
ข้อมูลสหกรณ์ในจังหวัด
หลักเกณฑ์ชี้วัดมาตรฐานและผลการจัดมาตรฐานสหกรณ์
สารสนเทศของสหกรณ์
ข้อมูลกลุ่มเกษตรกรในจังหวัด
สารสนเทศของกลุ่มเกษตร
หลักเกณฑ์ชี้วัดมาตรฐานและผลการจัดมาตรฐานกลุ่มเกษตรกร
ข้อมูลกลุ่มอาชีพในจังหวัด
สารสนเทศของกลุ่มอาชีพ
กองทุนพัฒนาสหกรณ์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ระเบียบ คำสั่ง คำแนะนำนายทะเบียนสหกรณ์
ระเบียบ คำสั่ง ประกาศของคพช.
พรบ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542
พรบ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ 2511
ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ และคำแนะนำนายทะเบียนสหกรณ์
กฎกระทรวงภายใต้พรบ.สหกรณ์
ขั้นตอนการจัดตั้งสหกรณ์

บริการของเรา
Webboard
ผังเว็บไซต์
ค้นหาอีเมล์
ติดต่อ webmaster
สำหรับผู้ดูแลระบบ



จำนวนผู้เข้าชม



 

การจัดตั้งสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร

ขั้นตอนการจัดตั้งสหกรณ์มีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้

 

ขั้นตอนที่   1  รวบรวมกลุ่มบุคคล  บุคคลที่จะรวมกลุ่มกันตั้งสหกรณ์ต้องมีลักษณะดังนี้
1.เป็นบุคคลธรรมดาบรรลุนิติภาวะ
2.มีจำนวนบุคคลไม่น้อยกว่าสิบคน
3.บุคคลที่มารวมกัน  ควรมีอาชีพอย่างเดียวกัน  หรือใกล้เคียงกัน หรือมีปัญหาความเดือดร้อน  ทางเศรษฐกิจหรือสังคม  และต้องการร่วมมือกันแก้ไขปัญหานั้นโดยทำกิจการเพื่อมุ่งให้ได้ประโยชน์ร่วมกัน  ตามประเภทของสหกรณ์ที่ของจดทะเบียน
4.ทุกคนต้องสมัครใจรวมกันลงทุนด้วยวิธีการถือหุ้นอย่างน้อยหนึ่งหุ้น (ตามที่ข้อบังคับสหกรณ์กำหนด)
5.ยินยอมปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของกฎหมาย  และกติกา (ข้อบังคับ) ที่พวกตนกำหนดขึ้นอย่างเคร่งครัด  ด้วยความเสียสละ  มีวินัย  และซื่อสัตย์สุจริต

 

ขั้นตอนที่  2  เตรียมการจัดตั้งสหกรณ์   เมื่อเกิดกลุ่มบุคคลแล้วให้ดำเนินการดังนี้

1.    กลุ่มประชุมกัน  เรียกว่า  “การประชุมผู้ซึ่งประสงค์จะเป็นสมาชิกสหกรณ์”  เพื่อ

      (1)  เลือกบุคคลจากที่ประชุมนั้น  จำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน  เป็นผู้แทนกลุ่มเรียกว่า

           “คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์”

      (2)  กำหนดชื่อสหกรณ์อย่างน้อย 3 ชื่อ  เรียงลำดับตามความต้องของสหกรณ์เพื่อ

              นายทะเบียนตรวจสอบความซ้ำซ้อนกับชื่อสหกรณ์ที่ได้รับการจดทะเบียนไว้แล้ว

2.    คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์  ต้องไปดำเนินการ  คือ

      (1)  แจ้งชื่อสหกรณ์ให้นายทะเบียนสหกรณ์ตรวจสอบ  เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนของชื่อ

           สหกรณ์ ตามแบบคำขอจองชื่อสหกรณ์

(2)  พิจารณาเลือกประเภทของสหกรณ์  และกำหนดวัตถุประสงค์ตามความต้องการของ

     สมาชิกเพื่อสหกรณ์ที่จะจัดตั้งจะได้ดำเนินการอำนวยประโยชน์ต่อสมาชิก   และเพื่อ

     กำหนดประเภทของสหกรณ์นั้น 

      (3)  จัดทำแผนดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจหรือกิจกรรมของสหกรณ์อย่างน้อยประกอบด้วย

              3.1 กำหนดระยะเวลาการดำเนินการตามแผน ต้องไม่น้อยกว่า 1 ปี ทางบัญชี

              3.2 การรับสมัครสมาชิกเพิ่ม

              3.3 การดำเนินธุรกิจโดยสมาชิกมีส่วนร่วม

              3.4 การจัดหาทุนดำเนินงาน

              3.5 การฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้แก่สมาชิก

              3.6 การจัดให้มีผู้จัดทำบัญชีสหกรณ์

(4)  จัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลที่ประสงค์จะเป็นสมาชิกสหกรณ์  ซึ่งต้องประกอบด้วยลำดับที่ ชื่อ-สกุล  อายุ  เลขหมายบัตรประจำตัวประชาชน  ที่อยู่  อาชีพ  ลายมือชื่อ  จำนวนหุ้นที่จะถือแรกตั้ง  จำนวนเงินค่าหุ้น และลายมือชื่อซึ่งจะเป็นสมาชิกสหกรณ์

(5)  จัดทำข้อบังคับสหกรณ์ (ข้อบังคับสหกรณ์  คือ  ข้อตกลงร่วมกันอันเป็นสัญญาว่า

      สมาชิกทุกคนต้องปฏิบัติ  ตามโดยเคร่งครัด  สมาชิกคนหนึ่งคนใดกระทำหรือละเว้น

       การกระทำโดยมิชอบไม่ได้)

      (6)  ข้อบังคับตัวอย่างขอได้ที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดทุกแห่ง

3     คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์จัดการประชุมบุคคลที่มีรายชื่อในบัญชี  เรียกว่า  “ประชุมผู้ซึ่งจะ

       เป็นสมาชิกสหกรณ์”  เพื่อให้รับทราบชื่อซึ่งผ่านการตรวจสอบแล้วจากนายทะเบียน

       สหกรณ์  การกำหนดวัตถุประสงค์  ประเภทของสหกรณ์ แผนดำเนินการเกี่ยวกับ  ธุรกิจ

        หรือกิจกรรมของ สหกรณ์  และร่วมกันพิจารณาข้อบังคับ  เพื่อตกลงกันกำหนด ให้เป็น

        ข้อบังคับของสหกรณ์

 

ขั้นตอนที่ 3  กลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์รายงานสหกรณ์จังหวัดในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์   รับจดทะเบียนสหกรณ์และออกใบสำคัญรับจดทะเบียนให้สหกรณ์ที่ขอจดนั้น  เอกสารประกอบด้วย

1.      คำขอจดทะเบียนสหกรณ์

2.      สำเนารายงานการประชุมผู้ซึ่งประสงค์จะเป็นสมาชิกสหกรณ์

3.      สำเนารายงานการประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกสหกรณ์

4.      บัญชีรายชื่อผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกสหกรณ์

5.      แผนดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจหรือกิจกรรมของสหกรณ์

6.      หนังสือหัวหน้ากลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์รับรองข้อบังคับ

                           เอกสารเพื่อให้สหกรณ์จังหวัดในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์ลงนาม

                           ประกอบด้วย

  1.ข้อบังคับสหกรณ์จำนวน  4  เล่ม

  2.ใบสำคัญรับจดทะเบียนสหกรณ์

 

ขั้นตอนที่  4  สหกรณ์จังหวัดดำเนินการจัดส่งเอกสารดังนี้

1.  แจ้งให้สหกรณ์ที่ได้รับการจดทะเบียนรับทราบพร้อมกับ

                  (1)    ข้อบังคับสหกรณ์ 1 ฉบับ  (ฉบับจริง)

                  (2)    ใบสำคัญรับจดทะเบียนสหกรณ์ (ฉบับจริง)

2.  แจ้งสำนักจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์

                  (1)       ข้อบังคับสหกรณ์ 1 ฉบับ

                  (2)       สำเนาใบสำคัญรับจดทะเบียนสหกรณ์ 1 ฉบับ

                  (3)       เอกสารการขอจดทะเบียน 1 ชุด

3.      แจ้งสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์  ข้อบังคับสหกรณ์ 1 ฉบับ

 

ขั้นตอนที่  5  การดำเนินการของสหกรณ์หลังจากได้รับจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์

1.      สหกรณ์ที่จดทะเบียนแล้วมีสถานภาพเป็นนิติบุคคล

2.      บุคคลตามบัญชีรายชื่อผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกสหกรณ์  มีสถานภาพเป็นสมาชิกตั้งแต่วันที่

        นายทะเบียนสหกรณ์รับจดทะเบียนสหกรณ์และได้ชำระค่าหุ้นค่าธรรมเนียม          

        แรกเข้า ตามจำนวนที่กำหนดครบถ้วนแล้ว 

3.      คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์  มีอำนาจหน้าที่และสิทธิเช่นเดียวกับคณะกรรมการดำเนินการ

        สหกรณ์

4.      คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์  ดำเนินกิจการสหกรณ์ได้ตามที่กำหนดในข้อบังคับ

5.      คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ต้องจัดประชุมสมาชิกสหกรณ์  เป็นการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรก

        ภายใน  90  วัน นับแต่วันที่จดทะเบียนสหกรณ์ เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการ

        สหกรณ์  และอนุมัติแผนการดำเนินการ เกี่ยวกับธุรกิจหรือ กิจกรรมของสหกรณ์  และ

        มอบหมายการทั้งปวงให้กับคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์

6.      สหกรณ์ที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว  หากไม่ปฏิบัติตามแผนดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจ

        หรือกิจกรรมของสหกรณ์ ที่กำหนดไว้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ถือว่าสหกรณ์ไม่

        อาจ ดำเนินการให้เป็นผลดี หรือการดำเนินกิจกรรมของสหกรณ์ก่อให้เกิดความเสียหาย

        แก่สหกรณ์ หรือประโยชน์ส่วนรวม  นายทะเบียนสหกรณ์อำนาจสั่งเลิกสหกรณ์ได้

แบบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์

 

-------------------------

 

 

ขั้นตอนการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้

เมื่อเกษตรกรสนใจจะขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร เกษตรกรจะต้องปฏิบัติโดยมีพนักงานเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ รวมทั้งในบางขั้นตอนจะต้องเข้าไปตรวจสอบ ดังมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

  1. การประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร

เกษตรกรผู้ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมประเภทเดียวกัน ในตำบลเดียวกันรวมอยู่ในกลุ่มเกษตรกรเดียวกัน ได้มีการทดลองรวมกลุ่มดำเนินงาน ในลักษณะคล้ายกลุ่มเกษตรกรเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อแสดงถึงความพร้อมของการดำเนินงานในรูปกลุ่มเกษตรกรแล้ว สามารถขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร เพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีอำนาจประกอบธุรกิจต่าง ๆ ได้ตามกฎหมายว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร จะต้องจัดให้มีการประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรทั้งหมดร่วมกัน โดยแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ คือ นายอำเภอ เกษตรอำเภอ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสหกรณ์จังหวัด ทราบเพื่อเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวที่จะต้องกำกับการประชุมและแนะนำชี้แจงให้บรรดาเกษตรกรเข้าใจนโยบายของทางราชการ วัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่ และวิธีดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกร ตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบการต่าง ๆ โดยละเอียด


2. การนัดประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร

เป็นหน้าที่ของเกษตรกรผู้จะขอจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ที่จะต้องนัดเกษตรกรไปประชุมร่วมกัน โดยแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ 1 เข้าร่วมประชุมด้วย จำนวนผู้เข้าประชุมจะต้องมีจำนวนมากพอสมควรและไม่น้อยกว่า 30 คน ทั้งนี้เพื่อให้จำนวนผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกครบตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 ข้อ 3ซึ่งกำหนดจำนวนผู้ประสงค์จะตั้งกลุ่มเกษตรกรต้องมีจำนวนผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 30 คนการนัดประชุม ผู้จัดการประชุมควรปฏิบัติและจัดการประชุม ดังนี้

2.1 สถานที่ประชุม ควรจะเป็นย่านกลางของตำบล ผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกสามารถเดินทางไปประชุมได้โดยสะดวก ควรเป็นสถานที่กว้างขวางและเหมาะสม เพื่อให้ผู้เข้าประชุมได้รับความสะดวกสบายพอสมควร เช่น ศาลาประชาคม โรงเรียน หรือศาลาการเปรียญ เป็นต้น

2.2 กำหนดวัน เวลา ควรเป็นวันและเวลาที่เกษตรกรพอจะปลีกตัวไปร่วมประชุมโดยไม่เสียหายต่อการประกอบอาชีพของเขา และควรใช้เวลาประชุมพอสมควรไม่ให้นานเกินไปจนเกษตรกรมีความ เบื่อหน่าย

2.3 เมื่อกำหนดวัน เวลา สถานที่ประชุม ตาม ข้อ 2.1 และข้อ 2.2 แล้ว เกษตรกรผู้จะจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรจะต้องนัดหมายเกษตรกรมาประชุม การนัดหมาย อาจบอกเล่าต่อกันด้วยวาจา หรือนัดหมายทางหอกระจายข่าว หรือนัดหมายเป็นหนังสือ ไปยังบรรดาผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกทุกคน และแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในระดับอำเภอ ในท้องที่ตำบลที่จะจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ซึ่งได้แก่ นายอำเภอหรือปลัดอำเภอ เกษตรอำเภอหรือผู้แทน และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเข้าประชุมด้วย
(ตามตัวอย่างหนังสือ นัดประชุมในภาคผนวก 1)

2.4 จัดทำระเบียบวาระการประชุมจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ซึ่งระเบียบวาระการประชุมควรมีเรื่องที่จะต้องประชุม ดังนี้

1.เรื่องประธานแจ้งให้ทราบ (ให้เกษตรกรผู้ก่อตั้งหรือก่อการ หรือผู้นำในการขอจัดตั้งเป็นประธานในที่ประชุม)

2.เรื่องชี้แจงนโยบายของทางราชการ วัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่ และวิธีการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกร (โดยพนักงานเจ้าหน้าที่)

3.เรื่องพิจารณาร่างข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร

4.เรื่องเลือกตั้งผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ. 1)

5.กำหนดวงเงินกู้ยืม เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรจะต้องดำเนินธุรกิจ

6.เรื่องอื่น ๆ ตามแต่จะมีผู้เสนอ


2.5 เอกสารและแบบพิมพ์ที่จะต้องเตรียมในการประชุม

1.บัญชีลงชื่อผู้เข้าประชุม

2.สมุดจดรายงานการประชุม

3.ข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร 4 ฉบับ

4.คำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร (กษ. 1)

5.บัญชีรายชื่อของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร (กษ. 2)


3. วิธีดำเนินการประชุม

1.เมื่อเกษตรกรมาถึงสถานที่ประชุม ให้เกษตรกรลงชื่อในบัญชีที่จัดไว้

2.เมื่อมีเกษตรกรหรือผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกมาประชุมเกินกว่า 30 คน ให้เปิดประชุมได้

3.ให้เกษตรกรผู้ก่อตั้งหรือก่อการ หรือผู้นำในการขอจัดตั้งเป็นประธานในที่ประชุม ดำเนินการตามวาระการประชุมที่จัดไว้

4.นักงานเจ้าหน้าที่ผู้บรรยาย ควรทำความเข้าใจกับเกษตรกร โดยใช้คำพูดง่าย ๆ กะทัดรัดให้เกษตรกรเข้าใจ ไม่ควรใช้เวลานานเกินควร เกษตรกรมีข้อสงสัยประการใดให้สอบถาม และทำความเข้าใจโดยชัดแจ้ง การขอมติต่าง ๆ และการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรขอให้ถือความสมัครใจเป็นหลักสำคัญ การจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรขอให้ถือความสมัครใจเป็นหลักสำคัญ การไม่สมัครใจอาจเป็นเพราะไม่เห็นด้วยหรือไม่เข้าใจ ฉะนั้นพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ในที่ประชุมควรทำความเข้าใจกับเกษตรกรให้เห็นความสำคัญของการรวมกลุ่มเกษตรกรว่าจะเกิดประโยชน์แก่การประกอบอาชีพของเกษตรกรผู้เป็นสมาชิกอย่างไรบ้าง

5.เมื่อการประชุมเสร็จสิ้นแล้ว และที่ประชุมมีมติจะจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร ให้ผู้ได้รับเลือกลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร(กษ. 1) จำนวน 7 คน อยู่ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ จัดทำคำขอจดทะเบียน(กษ. 1) และเอกสารต่าง ๆ ที่จะเสนอประกอบการจดทะเบียนให้เรียบร้อย


4. การตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมประชุมในการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรสอบสวนพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรให้ถูกต้องตามข้อบังคับทุกรายโดยเคร่งครัดก่อนที่จะเลือกตั้ง ผู้ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรคุณสมบัติและลักษณะของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกที่ต้องตรวจสอบ มีดังนี้

1.ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

2.เป็นบุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทย และบรรลุนิติภาวะ

3.เป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีกิจการหรือภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่ ตำบลที่กลุ่มเกษตรกรนั้นดำเนินกิจการอยู่

4.ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

5.ถือหุ้นอย่างน้อยหนึ่งหุ้นแต่ต้องไม่เกินหนึ่งในห้าของจำนวนหุ้นทั้งหมด

6.ไม่เป็นสมาชิกของกลุ่มเกษตรกรอื่น และในครอบครัวหนึ่งให้เป็นสมาชิกได้หนึ่งคน


5. การทำคำขอจดทะเบียน นายทะเบียนสหกรณ์ได้กำหนดแบบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรไว้ คือแบบ กษ. 1 จึงเป็นหน้าที่ของผู้รับเลือกให้เป็นผู้ลงชื่อในคำขอจดทะเบียนฯ ที่จะกรอกข้อความลงในแบบดังกล่าว


6. ผู้ลงลายมือชื่อในคำขอ ผู้ลงชื่อในแบบ กษ. 1 ได้แก่เกษตรกรผู้ซึ่งได้รับเลือกจากที่ประชุม เพื่อจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรรวม 7 คน และต้องเป็นผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร (กษ. 2) ด้วยเนื่องจากอาชีพการทำนาเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรโดยทั่วไป แม้เกษตรกรครอบครัวหนึ่งจะมีอาชีพเกษตรกรรมอย่างอื่นด้วย เช่น ทำสวนทำไร่ เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ เลี้ยงผึ้ง เลี้ยงไหม เลี้ยงครั่ง หรือเพาะเห็ดอยู่ด้วย ก็อาจสมัครเป็นสมาชิกของกลุ่มเกษตรกร ทำนาได้ทั้งนี้ เว้นแต่ในบางตำบลซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนหรือทำไร่เป็นอาชีพหลักก็อาจตั้งกลุ่มเกษตรกรทำไร่ หรือกลุ่มเกษตรกรทำสวนขึ้นได้ ประเภทละ 1 กลุ่มชื่อของกลุ่มเกษตรกร ให้ใช้ชื่อตามอาชีพเกษตรกรรม
ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 141 ข้อ 1 วรรคแรก ดังต่อไปนี้

            1. ทำนา              ใช้ชื่อว่า               กลุ่มเกษตรกรทำนา.....................  

            2. ทำไร่                   "                   กลุ่มเกษตรกรทำไร่.....................  

            3. ทำสวน                "                    กลุ่มเกษตรกรทำสวน..................  

            4. ประมง                 "                    กลุ่มเกษตรกรทำประมง................ 

            5. เลี้ยงสัตว์             "                    กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์................. 

            6. เลี้ยงสัตว์น้ำ         "                     กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์น้ำ.............  

            7. เลี้ยงผึ้ง              "                     กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงผึ้ง...................  

            8. เลี้ยงไหม            "                     กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงไหม.................  

            9. เลี้ยงครั่ง             "                     กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงครั่ง.................. 

            10. เพาะเห็ด           "                     กลุ่มเกษตรกรเพาะเห็ด..................

 

สำหรับเกษตรกรรมอื่น ๆ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษานั้นเมื่อมีประกาศเพิ่มขึ้นเมื่อใด จะได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับอาชีพเกษตรกรรมนั้นที่ประกาศเพิ่มมี ปลูกกล้วยไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ ทำนาบัว ทำสวนยางพารา และการปลูกสับปะรด อนึ่ง ชื่อของกลุ่มเกษตรกรนอกจากระบุอาชีพเกษตรกรรมดังกล่าวข้างต้นแล้วให้ระบุชื่อตำบลต่อท้ายด้วย เช่น กลุ่มเกษตรกรทำนานาดี กลุ่มเกษตรกรเพาะเห็ดนาดี เป็นต้น

เอกสารแนบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร

1.บัญชีรายชื่อของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกร (กษ. 2) 1 ฉบับ แบบ กษ. 2 นี้ให้พิมพ์รายชื่อผู้ซึ่งจะเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรทุกคนรวมทั้งเกษตรกรที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ลงลายมือชื่อใน กษ. 1 ด้วย

2.สำเนารายงานการประชุมของผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกเพื่อจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร 1 ฉบับ การรับรองสำเนาให้ประธานกลุ่มเกษตรกรเป็นผู้ลงนามรับรองสำเนา และขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งตามประกาศของคณะปฏิวัติเป็นผู้รับรองว่า ประธานกรรมการได้ลงลายมือชื่อต่อหน้า
7. ข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกร
นายทะเบียนสหกรณ์ได้พิจารณาจัดทำร่างข้อบังคับของกลุ่มเกษตรกรมาะสมประการใดก็อาจแก้ไขเพิ่มเติมภายหลังได้ ในหน้าสุดท้ายของข้อบังคับจะต้องให้ประธานและเลขาขึ้นเพื่อเป็นแนวในการพิจารณาของกลุ่มเกษตรกรต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้การจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกรได้ดำเนินไปโดยรวดเร็ว ถ้าร่างข้อบังคับดังกล่าวยังไม่เหนุการในที่ประชุมเป็นผู้ลงนามและจะต้องมีพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เข้าร่วมประชุมลงลายมือชื่อไว้ด้วย

 

 




นายวิทยา  โตรักษา
ผู้ตรวจราชการกรม
เขตตรวจราชการที่ 15,16



นายไพรัตน์  เสมอเชื้อ
สหกรณ์จังหวัด
รองนายทะเบียนสหกรณ์
E-mail: pairat
@cpd.go.th
สายตรง: 09-1774-8534









download/ขั้นตอนการบริการแก้ไขระเบียบ 20ข้อบังคับ.doc




 



 

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดลำพูน
114 ม.2 ต.เวียงยอง อ.เมือง จ.ลำพูน 51000
โทรศัพท์ 0-5309-3361  โทรสาร 0-5309-3361,0-5309-3342

เว็บไซต์ http://webhost.cpd.go.th/lamphun1